Archive for January, 2009
การคอนฟิกเราเตอร์ Cisco ขั้นพื้นฐาน (ตอนที่ 1)
เมื่อวานมีน้องคนหนึ่งชื่อ Bobby ส่ง email มาหาผม บอกว่า อยากให้เอาเรื่องการ config router แบบง่ายๆมาลงบ้าง วันนี้นาย Joey เลยเอาวิธีการ Config router ของ Cisoc มาฝากครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์นะครับแต่เนื่องด้วยเนื้อหาค่อนข้างจะเยอะ กลัวว่าจะมึนกันเสียก่อน เลยแบ่งมาเป็นตอนๆ ให้ครับ
ไปลุยกันเลย
กรณีที่ 1 การเชื่อมต่อแบบ Point to Point โดยมีจำนวน Site เป็น 2 sites ทำ Routing เป็นแบบ Static และ encapsulation เป็น ppp
สมมุติว่าเรามีจำนวน site เป็น 2 site และมีการเชื่อมต่อดังรูปที่ 1 โดยกำหนดค่า ip เป็นดังนี้
- Wan IP : เป็น 192.168.0.0/30 นั่นคือจะมี ip ในกลุ่มนี้ทั้งหมดเป็น 4 ip คือ 192.168.0.0 – 192.168.0.3 แต่ไอพี 192.168.0.0 เป็น network ip และ ไอพี 192.168.0.3 เป็น broadcast ip ซึ่งนำมาใช้งานปกติไม่ได้ จึงเหลือไอพีที่ใช้งานทั่วไปได้ 2 ip คือ 192.168.0.1 ซึ่งกำหนดให้เป็นไอพีของ serial port (s0) ของ router A และอีกไอพีคือ 192.168.0.2 ซึ่งกำหนดให้เป็นไอพีของ serial port (s0) ของ router B ดังรูปที่ 1
- Lan IP ด้าน A : ในที่นี้กำหนดเป็น 192.168.11.0/24 นั่นคือจะมีไอพีใช้งานเป็นหนึ่ง class c คือ 254 ip (ไม่นับ network ip และ broadcast ip) คือ 192.168.11.1 – 192.168.11.254 โดยในที่นี้กำหนดให้ไอพี 192.168.11.1 เป็นไอพีของ ethernet port (e0) ของ router A และไอพีสำหรับเครื่องพีซีกำหนดให้ใช้ตั้งแต่ 192.168.11.11 เป็นต้นไป ดังรูปที่ 1
- Lan IP ด้าน B : ในที่นี้กำหนดเป็น 192.168.12.0/24 นั่นคือจะมีไอพีใช้งานเป็นหนึ่ง class c เช่นกัน คือ 254 ip (ไม่นับ network ip และ broadcast ip) คือ 192.168.12.1 – 192.168.12.254 โดยในที่นี้กำหนดให้ไอพี 192.168.12.1 เป็นไอพีของ ethernet port (e0) ของ router B และไอพีสำหรับเครื่องพีซีกำหนดให้ใช้ตั้งแต่ 192.168.12.11 เป็นต้นไป ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 การเชื่อมต่อเราเตอร์แบบ Point to point โดยมีจำนวน site เป็น 2 sites
อธิบายเพิ่มเติมด้านล่างครับ
การคอนฟิก
ที่ router A ให้ทำการคอนฟิกดังต่อไปนี้ :
Router>
Router>ena
Password:
Router>conf t
Router(config)#hostname site-A
site-A(config)#int s0
site-A(config-if)#ip address 192.168.0.1 255.255.255.252
site-A(config-if)#bandwidth 128
site-A(config-if)#encapsulation ppp
site-A(config-if)#no shut
site-A(config-if)#exit
site-A(config)#int e0
site-A(config-if)#ip address 192.168.11.1 255.255.255.0
site-A(config-if)#no shut
site-A(config-if)#exit
site-A(config)#ip route 192.168.12.0 255.255.255.0 192.168.0.2
site-A(config)#exit
site-A#wr mem
ที่ router B ให้ทำการคอนฟิกดังนี้ :
Router>
Router>ena
Password:
Router>conf t
Router(config)#hostname site-B
site-B(config)#int s0
site-B(config-if)#ip address 192.168.0.2 255.255.255.252
site-B(config-if)#bandwidth 128
site-B(config-if)#encapsulation ppp
site-B(config-if)#no shut
site-B(config-if)#exit
site-B(config)#int e0
site-B(config-if)#ip address 192.168.12.1 255.255.255.0
site-B(config-if)#no shut
site-B(config-if)#exit
site-B(config)#ip route 192.168.11.0 255.255.255.0 192.168.0.1
site-B(config)#exit
site-B#wr mem
ถ้าการคอนฟิกและการเชื่อมต่อไม่มีปัญหาก็จะทำให้ site ทั้งสองสามารถติดต่อกันกันได้ การทดสอบก็สามารถทำได้ด้วยการใช้คำสั่ง ping ครับ
การดูค่าของ routing
การดูค่า routing ที่ router A ให้ใช้คำสั่งดังนี้ :
site-A#show ip route
ก็จะมีค่าความหมายของตัวย่อต่าง ๆ แสดงขึ้นมาหลายค่าครับ แต่ในส่วนท้ายจะมีค่าแสดงดังนี้ :
—————————————————————————–
C 192.168.11.0/24 is directly connected, 192.168.11.1
S 192.168.12.0/24 [1/0] via 192.168.0.2
C 192.168.0.0/30 is directly connected, 192.168.0.1
—————————————————————————–
C หมายถึง connected, S หมายถึง static ครับ
การดูค่า routing ที่ router B ให้ใช้คำสั่งดังนี้ :
site-B#show ip route
ก็จะมีค่าความหมายของตัวย่อต่าง ๆ แสดงขึ้นมาหลายค่าเช่นกันครับ แต่ในส่วนท้ายจะมีค่าแสดงดังนี้ :
—————————————————————————–C 192.168.0.0/30 is directly connected, 192.168.0.2
S 192.168.12.0/24 is directly connected, 192.168.12.1
C 192.168.11.0/24 [1/0] via 192.168.0.1
—————————————————————————–
C หมายถึง connected, S หมายถึง static ครับ
อธิบายเพิ่มเติม
ผมจะขออธิบายเฉพาะส่วนที่สำคัญเท่านั้นนะครับ ซึ่งจากการคอนฟิกที่ผ่านมามีจุดที่เป็นหัวใจสำคัญอยู่จุดหนึ่ง ขอให้ดูตัวอย่างการคอนฟิกที่เราเตอร์ A ก่อนนะครับ ถ้าเราดูรูปแล้วจะเห็นว่าเครือข่ายของ site-A นั่นคือเครือข่ายแลน 192.168.11.0/24 มีความต้องการที่จะต้องติดต่อไปยังเครือข่ายแลน 192.168.12.0/24 ของ site-B วิธีการที่จะทำให้ติดต่อกันได้คือการทำ ip route ซึ่งคำสั่งของ ip route เป็นดังนี้ครับ
#ip route เครือข่ายปลายทางที่ต้องการติดต่อด้วย ผ่านไปทางพอร์ตไหน
โดย “เครือข่ายปลายทางที่ต้องการติดต่อด้วย” ก็ให้ระบุ ip พร้อมกับ subnetmask ของเครือข่ายนั้น ส่วน “ผ่านไปทางพอร์ตไหน” ก็ให้ระบุ ip ของ wan ฝั่งตรงข้ามครับ ดังนั้น ที่เราเตอร์ A จึงได้เป็น :
site-A(config)#ip route 192.168.12.0 255.255.255.0 192.168.0.2
ส่วยที่เราเตอร์ B ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ
และเมื่อดูค่า routing ด้วยการใช้คำสั่ง show ip route แล้ว ค่าของเราเตอร์ A จะเป็นดังที่กล่าวมา (ให้ย้อนกลับไปดูค่า routing ของเราเตอร์ A) ซึ่งทั้ง 3 บรรทัดมีความหมายดังนี้ครับ :
บรรทัดที่ 1 หมายถึง เราเตอร์ A เชื่อมต่อโดยตรงกับเครือข่ายแลน 192.168.11.0/24 โดยเชื่อมต่อผ่านพอร์ต e0
บรรทัดที่ 2 หมายถึง เราเตอร์ A เชื่อมต่อกับเครือข่ายแลนฝัง site-B คือ192.168.12.0/24 โดยเชื่อมผ่านพอร์ต wan ของฝั่งตรงข้าม ซึ่งค่า S ข้างหน้าหมายถึง เป็นการเชื่อมต่อผ่านการทำเราติ้งแบบ Static route
บรรทัดที่ 3 หมายถึง เราเตอร์ A เชื่อมต่อโดยตรงกับเครือข่าย wan 192.168.0.0/30 โดยเชื่อมต่อผ่านพอร์ต wan ของตัวเอง
ที่มา : http://support.mof.go.th/net/cisco00.html
Apple มีกำไรทะลุเป้ากับไตรมาสที่ผ่านมา

แอปเปิล Apple ประกาศผลประกอบตั้งแต่เดือน ตุลาคม-ธันวาคม ปี 2008 สูงกว่าคำพยากรณ์ของนักวิเคราะห์ กำไร 1.61 พันล้านดอลล่าร์ เนื่องจากยอดขายไอพ็อด iPod ที่แรงยังฮิตเวลา ยอดรายรับรวมทะลุหมื่นล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
รายรับรวมตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาแอปเปิลสามารถทำได้ถึง 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยกำไร 1.61 พันล้านเหรียญในไตรมาส 4 ปี 2008 นั้นสูงกว่า 1.58 พันล้านเหรียญที่เคยทำได้ในไตรมาสเดียวกันของปี 2007
CEO)Steve Jobs) เผยว่าไตรมาสที่ผ่านมานั้นทะลุหลัก 1 หมื่นล้านเหรียญเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งมา โดยแอปเปิลสามารถจำหน่ายคอมพิวเตอร์แมคอินทอชได้ 2.52 ล้านเครื่อง โดยเป็นตัวเลขที่เติบโตกว่าไตรมาสในปีก่อนหน้าราว 9 เปอร์เซ็นต์
แอปเปิลสามารถจำหน่ายเครื่องเล่นไอพ็อด (iPod) ได้ 22.73 ล้านเครื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนเครื่องนี้คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 เปอร์เซ็นต์
และ iPhone มียอดจำหน่ายได้ 4.36 ล้านเครื่องในไตรมาสปลายปี ซึ่งสูงกว่าที่เคยทำได้ในปี 2007 ราว 88 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งสามารถมองได้ว่า Apple มีทิศทางการบริหารและ เทคนิคการขายที่ยอดเยี่ยมทั้งๆในเวลาที่ช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังดิ่งลงแบบนี้
Philips 9@9j มือถือใช้ถ่าน AAA !!!??
เชื่อว่าทุกคนคงต้องเคย มีปัญหาแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือหมด ไม่มีที่ชาร์จกันบ้าง แต่ในงาน Mobile World Congress 2008 ที่กำลังจัดขึ้นที่บาเซโลน่านี้ Philips ก็ได้มาโชว์โทรศัพท์มือถือในรุ่น 9@9j ที่จะช่วยให้ปัญหาแบตเตอรี่มือถือโทรศัพท์หมดไป …

รายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะในรุ่นนี้ใช้ เทคโนโลยีที่ใช้ชื่อว่า BackupPower ที่สามารถใช้ถ่านอัลคาไลน์ ขนาด AAA เพียงหนึ่งก้อนแทนแบตเตอรี Lithium ion ได้ Philips รุ่นนี้ เป็นมือถือทรงแท่ง ใส่ถ่านที่ด้านล่างของมือถือ โดยสามารถใช้งานจากถ่าน AAA ได้นานถึง 3 ชั่วโมง ก็ดูเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ดีนะ แต่ถ้าหาถ่าน AAA ไม่ได้อีก คราวนี้ก็เอาเหรียญหยอดตู้กันไปก่อนเลย


Recent Comments